มนุษย์ทุกคนต้องการหนีทุกข์ไปหาสุข แต่ไม่รู้ ไม่เข้าใจถูกต้องว่าอันไหนเป็นทุกข์ อันไหนเป็นสุข จึงสับสน เห็นทุกข์เป็นสุข เห็นสุขเป็นทุกข์ เลยไม่สามารถแยกออกได้ชัดเจน จึงทำให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์ไปแสวงหาแต่ทุกข์ ทั้ง ๆ ที่ต้องการสุข ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคนเราเกิดมาจากอวิชชา หรือความไม่รู้ จึงเอาความไม่รู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน อวิชชาไม่เปิดให้คนเราศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของชีวิตตนเอง จึงไม่เข้าใจระบบของชีวิตทั้งหมด ระบบชีวิตเป็นระบบเหตุปัจจัยมาประชุมกัน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ไม่มีตัวตนเป็นของตนเอง คนเราก็ไปหลงสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นตัวตนสัตว์บุคคล ไปยึดมั่นถือมั่น เมื่อสิ่งนั้น ๆ แตกสลายไปตามธรรมดาของมัน ทำให้คนเราทุกข์ระทมขึ้น ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับชีวิตของคนเราทุก วัน แต่คนเราไม่เข้าใจว่าสิ่งทั้งปวงมันไม่เที่ยง ต้องเปลี่ยนแปลงไป ไม่หยุดนิ่ง มองไม่เห็นความจริงที่แท้จริง ความจริงของโลกและชีวิต ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั่นแหละความสุขถาวร ที่มนุษย์ทุกคนต้องการไปถึงในชีวิตนี้
เมื่อเรารู้แล้วว่าทุกข์และสุขเป็นอย่างไร แล้วเราจะหนีทุกข์ได้อย่างไร ในโลกนี้ไม่มีผู้รู้หรือนักปราชญ์ นักวิชาการคนใดที่จะนำพา หรือบอกทางให้เราหนีทุกข์ได้ เพราะทุกข์ของคนเรามีทั้งทุกข์ธรรมดา และทุกข์อริยสัจจะ มีแต่พระพุทธเจ้า พระองค์เดียวเท่านั้น ที่พระองค์ตรัสรู้เรื่องทุกข์และการดับทุกข์ ที่จะบอกทางให้คนเราได้